Perfil de LiHn~~LiHnLiHn 's SpacE~~FotosBlogListasMás ![]() | Ayuda |
|
19 diciembre My Daddy Mercedes Classic car for Sale!!!!ขายรถ Mercedes Benz SLC 450
Sport Classic car
สีบรอนส์เงิน(Silver fog)
สองประตู Black Leather Roof
ชนะที่1ในการประกวดVintage Car
สภาพเยี่ยมสุดๆ เพราะป๊ารักรถมาก
และดูแลเองกับมือ
ดูรูปในgallery ได้ค่ะ คันสีเงินนะคะ
ราคาก็ต่อรองได้ค่ะ
สนใจคุยกันในMSN หรือcomment ไว้ก็ได้ค่ะ 16 abril กว่าจะถึงเวลาอัพblogอย่างนานที่ไม่ได้เข้ามาอัพblogตัวเอง blogเงียบเหงา
ตั้งแต่เรายังไม่มาอังกฤษด้วยซ้ำ
ก็เพราะขี้เกียจ และมัวแต่เอาเวลาที่เหลือก่อนมาไปเที่ยวๆๆ
อยู่กะเพื่อนกะแฟนให้มากที่สุด
แทนที่จะไปอยู่กะพ่อแม่ เง้ย แย่จิง ลูกคนนี้
จะว่าไปมาอยู่อังกฤษก็มีความสุขดีในแบบของเรา
คงเป็นเพราะการที่เราชอบอยู่ในโลกของเรา
เงียบๆคนเดียว ทำอะไรคนเดียว
และยิ่งได้คิดเองทำอะไรเองได้อย่างที่อยากทำมานาน
มันก็มีความสุขมาก จนเราแทบไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
แต่ก็นะการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คนเดียว ตามลำพัง
มันสอนอะไรเราได้หลายอย่างเลยจริงๆ
ทั้งความคิด การตัดสินใจ การเอาตัวรอด
รวมถึงการอยู่ในสังคมเพื่อนคนไทย และต่างชาติ
ดูๆไป มันก็ไม่ได้เป็นปัญหา หรือเรื่องหนักหนาอะไรสำหรับเราเลย
เราว่าเราปรับตัว และทำความเข้าใจมันได้ดี
เหมือนได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตในอีกแบบนึง
ซึ่งบางทีได้ทำอะไรบางอย่าง
ที่ทำลงไปแล้ว แล้วมาคิดย้อนดูทีหลัง
เพิ่งสังเกตว่าเราทำได้ด้วยเหรอวะเนี่ยะ
อย่างเช่น แบกข้าวสารสิบโล พร้อมกับน้ำปลา ซีอิ้ว
และเครื่องปรุงเป็นสิบขวด
จากร้านเจ๊หมวยมาบ้านแล้วแบกขึ้นบันไดเข้าบ้าน
ที่อยู่ชั้นสาม คนเดียว....
หรือ จะเป็นเรื่องทำกับข้าวที่ไม่เคยคิดจะทำตอนอยู่เมืองไทย
แต่ตอนนี้ทำเป็นแทบทุกอย่าง และอร่อยด้วยฝีมือตัวเอง
หรือ จะเป็นเรื่องหาบ้านนับสิบๆหลัง
ในเวลาไม่ถึงเดือนเพราะจะไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้ว
จนมาได้บ้านหลังนี้
ที่อยู่ใกล้ Addies , supermarket, Thai market,
ของกินทุกชาติ และ tube station ซะไม่มี
โชคดีจริงๆ มานั่งคิดแล้วตลกดี ว่าคนอย่างเราก็ทำได้ด้วย
แต่พอโทรไปเล่าให้พ่อแม่ฟัง ไม่เห็นมีใครตื่นเต้น
หรือแปลกใจที่เราทำได้เลย
เห็นแปลกใจอยู่เรื่องเดียว คือเรื่องเราทำกับข้าวนี่แหละ
จริงๆคงเป็นเพราะครอบครัวของเรา เป็นครอบครัวที่เงียบๆ
ต่างคนต่างมีโลกของตัวเอง
ใครอยากทำอะไรก็ทำ (แต่ไม่ใช่สำหรับเรานี่สิ ที่จะทำอะไรก็ได้เหมือนคนอื่นๆ)
บางครั้งรู้สึกว่าตัวเองโตจะแย่อยู่แล้ว ทำไมพ่อแม่ยังไม่ปล่อยให้เรา
ได้ทำอะไรที่อยากทำซักที
อยากกลับบ้านดึก อยากไปนอนค้างบ้านเพื่อน อยากไปเที่ยวกลางคืน
อยากไปเที่ยวต่างจังหวัดต่างประเทศแบบที่ไม่มีพ่อแม่ตามไปดุแล
แล้วก็อยากทำไรอีกหลายๆอย่าง ที่ลูกบ้านอื่นเค้าได้ทำ
อยากให้ถึงเวลาที่พ่อแม่เราเข้าใจ อนุญาตให้ทำ
และเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา
นี่อายุเราก็เดินทางมาถึง24ปีแล้วนะเนี่ยะ
จะเกือบครึ่งนึงของชีวิตแล้ว
บางเวลายังนั่งพูดกับตัวเองว่า ต้องอายุเท่าไหร่นะเนี่ยะ
ที่เราถึงจะทำอะไรตามใจตัวเองได้
เมื่อไหร่ที่พ่อแม่ถึงจะปล่อยให้เราทำอะไรตามที่เราอยากจะทำ
เหตุผลนี้มั๊ง ที่ทำให้เราอยากจะมาอยู่ไกลๆบ้านซะเหลือเกิน
แล้วก็ได้มา.... สมใจอยาก
ใช่...การได้มาอยู่ที่นี่ อย่างที่ปรารถนา มันมีความสุขเยอะทีเดียว
ได้ทำอะไรสมใจอยาก ไม่มีอะไร หรือใครมาคอยขัด คอยบ่น
จะมีก็แต่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจของเราเอง
และ การที่ได้มาอยู่ที่นี่ประมาณครึ่งปีแล้วเห็นจะได้
ก็พอจะสรุปได้อย่างแจ่มแจ้งเลยว่า
การได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ ในประเทศผู้ดีนี้ มีความสุขจริง...
ถ้า...ได้อยู่กับคนที่เรารัก
แต่...ถ้ามาอยู่ตามลำพัง ที่นี่
อยู่ในห้องที่ไม่เหมือนกับบ้าน แต่เค้าเรียกกันว่าบ้าน
ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหน แทบไม่เห็นสิ่งมีชีวิตอยู่รอบตัว
หรือแม้จะมี สิ่งมีชีวิตที่คอยส่งเสียงปิดเปิดประตู
เพื่อให้เราพอได้รู้ว่ามีคนอยู่ข้างๆ
แต่นั่นก็ไม่ได้จะมีความหมายอะไร
เพราะเราก็ไม่เคยเห็นหน้า หรือพูดคุยกันอยู่แล้ว
ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่ในที่ๆนี้ มัน... ก็ไม่ได้ต่างอะไร
จากคุก หรือ ห้องสี่เหลี่ยมๆธรรมดาห้องนึง
ที่ค่าเช่าแพงหูฉี่ อยู่บ้าน แต่ให้ความรู้สึกเหมือนเซ็นสัญญา
จ่ายค่าโรงแรมอยู่เป็นปี
แต่ถ้าจะให้ออกจากที่แห่งนี้ ก็มีแต่เรื่องเสียตังอยู่ดี
เราก็เลยตัดสินใจ อยู่ในโลกเงียบๆของเรานี่แหละ
อยู่มันในห้องนอนเล็กๆทั้งวันทั้งคืน
แม้แต่ห้องรับแขกยังไม่อยากออกไป
ถ้าไม่ทำกับข้าว ก็ไม่ออกไปแตะพื้นเย็นๆให้หนาวเท้าหรอก
วันๆเปิดแต่Notebook สีฟ้า ที่ซื้อมาเพราะความผิดพลาด
เหมือนต้นกำเนิดWindow Vista
ใช้จนมันร้อน และแทบไม่เคยถอดปลั๊ก
จะว่าไปNotebook เครื่องนี้เราใช้คุ้มที่สุด ดีใจ
ชีวิตที่นี่เหมือนอยู่แต่หน้าComputerจริงๆ
มีเพื่อนรัก(มาก) เป็นInternet และอยู่ในสังคมMSN
มีอาหารว่างเป็น webดูละคร และรายการทีวีของไทย
ถ้าอยากจะมีเรื่องคุยกะคนอื่นๆ ก็เข้าเวปGossipดารา
แต่ถ้าเหงาจัด หรืออยากหาคำตอบในทุกๆคำถาม
แทนการถามพ่อแม่ ก็เข้าWeb Pantip
ชีวิตวนเวียนซ้ำซากจำเจอยู่อย่างนี้ทุกวี่ทุกวันสลับกับการไปเรียน
ซึ่งก็ไม่ค่อยจะช่วยให้ใบหน้าเรามีรอยยิ้มขึ้นมาได้ซักเท่าไหร่
เสียดายที่การเขียนBlog ในครั้งนี้
น่าจะบรรยายความเป็นอยู่ในอังกฤษที่สนุกสนานของเรา
แทนที่จะมาเพ้อเจ้อ บรรยายอะไรต่อมิอะไรซะเศร้าแบบนี้
แต่ก็ไม่รู้ทำไมพอว่าง หรือมีเรื่องไม่สบายใจกลับคิดถึงBlogขึ้นมาทุกที
แต่พอมีความสุขดี กลับสะกดคำว่าBlogไม่เป็น ซะงั้น
จริงๆมันก็ไม่มีอะไรมากมาย
แค่อยากจะระบายความคิดที่บางทีมันฝังลึกๆ
และยิ่งอยู่ที่นี่ไม่มีใครให้คุยด้วยแล้ว ก็เลยเกิดอารมณ์ศิลป์ (เหรอ)
อยากจะระบายเป็นตัวอักษรขึ้นมา
ว่า
..
..
..
..
..
..
..
เหงาจัง... ก็เท่านั้นเอง
07 junio U know?.. LoVe Could happen by accident...ทุกวันนี้มีความสุขจังที่ได้รู้ว่ามีคนรักเรา มีคนใส่ใจเรา หวงเราขนาดนี้ ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานมากแล้ว จริงๆ ความรู้สึกที่เรียกว่า Happy in LovE.. ตั้งแต่เริ่มต้นที่ได้เจอ จนได้คบกับที่รัก มันดูเป็นความบังเอิญไปซะหมด... จะว่าไป... มันก็เป็นเรื่องที่ดีทีเดียว เพราะมันทำให้ระหว่างเรา ไม่มีการตั้งกฎเกณฑ์
ไม่ต้องใช้ความพยายาม ไม่มีความคาดหวังอะไรทั้งนั้น มันคือความเป็นธรรมชาติของเราสองคนจริงๆ เรารักกันที่การเป็นตัวตนของกันและกัน ไม่ต้องมีฟอร์ม รักก็บอกว่ารัก อยากแสดงออกยังไงก็ทำ หวงก็บอกว่าหวง หึงก็บอกหึง (ก็กรูรักของกรู.. ใช่มั๊ย ทีรัก) นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และรักของเรา ยังคงหวานเหมือนเดิมทุกวัน ^-^ และที่สำคัญ มันทำให้หลินรู้ว่า..ที่รัก รักหลินแค่ไหน ที่รัก.. ถึงแม้ว่าเราจะคบกันมาไม่นาน แต่ตลอดเวลาที่คบกัน ที่รัก ทำให้หลินรู้ว่า การได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ของคนที่เรารักมันมีความสุข และรู้สึกได้ว่าตัวเองสำคัญขนาดไหน ที่รัก ไม่เคยทิ้งให้หลินรู้สึกว่า หลินมาทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียว แต่ที่รักกลับทำให้หลินรู้สึกว่าอยากจะบ้าไปด้วยกันสองคน.. ขอบคุณนะคะที่รัก ที่อยากให้หลินอยู่ข้างๆตลอดเวลา หรือแม้แต่เวลาที่เราห่างกัน ขอบคุณที่คอยมองหา ขอบคุณสายตาที่มองมา และยิ้มให้หลินเสมอ ขอบคุณมือที่คอยจับหลินไว้โดยไม่ปล่อย ขอบคุณที่คอยดึงให้หลินมาอยู่ด้วยใกล้ๆ และ ขอบคุณอ้อมกอดของที่รัก ที่หลินไม่เคยต้องเรียกหา ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นที่รักของหลินในวันนี้.. TeE RuK.. waNna TeLL U ThaT... " I LovE The WaY U R" 03 mayo อารายวะเนี่ยะะเรื่องราวความรักครั้งยิ่งใหญ่ของชั้นมันจบไปซักพักแล้วนะเนี่ยะ
แล้วไมปัญหามันยังเยอะแยะอย่างนี้เนี่ยะ
ไหนจะรักเก่ารักใหม่ รักจริงรักปลอม
มันจะมายุ่งอาไรกะชั้นมากมายเนี่ยะ
คนมันไม่ใช่ก็คือไม่ใช่จะให้เลือกได้ไง เป็นไปไมได้เลย
กะคำว่าอยู่กันไปเดี๋ยวรักกันเอง ไม่มีทาง
ส่วนคนที่ใช่เจอกันแป็บเดียวมันก็click มันก็โดน
โดยที่ไม่ต้องทำไรเลย ต่างกันอย่างสิ้นเชิงเหอะ
แล้วขอร้องเลยนะ..ไอ้คนอื่นเนี่ยะ
ไม่ต้องมาพูดมาก รู้เรื่องไรมากมายเหรอไง
มาทำเป็นรู้ดี ตัดสินคนอื่นว่าถูกผิด
น่ารำคาญจิงๆ โดยเฉพาะไอ้พวกเพื่อนรักเนี่ยะ
ทีตอนมาจีบก็มาคนเดียว แต่พออกหักหน่อย
เล่นเอาพวกมาทำไมมากมาย
แล้วส่งสายตาด่าประมาณว่าชั้นผิดเต็มที่ ที่ทำเพื่อนแกเสียใจ
ไม่มีเล้ยความเจ้น และกรุณาอย่าสำคัญตัวผิดนะ
ชั้นไม่ได้แคร์
ไมได้รู้สึกอะไรเลย พอ จบกันที
get out of ma Way Mann!!
.. มันจะอะไรมากมายวะเนี่ยะ..
30 marzo Never ever... think of the separateness between usเมื่อไร่นะ ที่เรารักกัน...
(วันที่3 เดือน4 ปี2005 หลินจำขึ้นใจ)
แล้วเมือ่ไหร่นะ ที่เราจะเลิกรักกัน
(ขอตอบดังๆว่า ไม่เคยคิด และจะต้องไม่มีวันนั้น)
จนมาถึงวันนี้ วันที่จะต้องยอมรับว่าไม่มีคำว่า "เรา" อีกต่อไป
หลินอยากจะรู้ว่า
เมื่อไหร่นะ ที่เรารักกันน้อยลง...
มันคืออะไรกัน ที่กล้ามาทำร้ายความรักอันยิ่งใหญ่ของเรา
รักครั้งแรก
ที่หลินเรียกได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ว่ามันคือรัก
กับคนที่หลินรักมากที่สุดในชีวิต
แต่..ไม่มีแล้ว
ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว
ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ต้องทำให้เสียใจ
รวมทั้งการตัดสินใจครั้งนี้ที่ชั้นทำร้ายจิตใจเธออีกแล้ว
เราคบกันมาเกือบสองปีแล้ว
เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตของหลิน
แต่มันก็เป็นช่วงเวลาที่สั้นมากเหมือนกัน สำหรับรักของเรา
อาจเป็นเพราะว่า เราต่างคิดอยู่ในใจ
ว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป แม้จะมีทะเลาะกันบ้าง
แต่รักของเราก็ยังหวานอยู่เสมอในสายตาคนอื่นๆ (รวมทั้งสายตาของเธอ)
มันคงมีหลายอย่างเกินไปที่อัดอั้นอยู่ในใจเราทั้งคู่
และเป็นเพราะเราไม่ค่อยคุยกัน
การกระทำ และอะไรหลายๆอย่างเลยเปลี่ยนไป
พร้อมๆกับเวลาที่เธอให้ชั้นก็น้อยลงตามความสำคัญ
แน่นอนความรักของเรา (หรืออาจจะของหลินคนเดียว)
ก็ลดน้อยลงตามไปด้วย
ชั้นเฝ้าถามตัวเองซ้ำๆว่า ทำไมแค่นี้ถึงทนไม่ได้ แค่เธอไม่มีเวลาให้
ทั้งๆที่เธอไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี แต่แค่เธอเอาเวลาไปทุ่มกับงาน
ซึ่งมันก็คืออนาคตของเรานั่นเอง
ใช่ ชั้นเป็น คนที่โง่มากๆคนนึงที่ทิ้งเธอไปเพราะเหตุผลนี้
เธอจ๋า.. นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราไม่ได้คุยโทรศัพท์ก่อนนอนด้วยกัน
เพราะเธอต้องรีบนอน เธอเหนื่อยมาทั้งวัน
นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เราไม่ได้เดินเล่นด้วยกันตามที่ต่างๆที่เราเคยไป
เพราะเธอมองว่ามันเสียเวลา
แล้ว ทำไมพักหลังๆ การที่อยู่กับชั้น มันทำให้เธอง่วง
ชั้นทำให้เธอเบื่อนักเหรอ
เธอจ๋า การขับรถมารับชั้นอย่างที่เธอเคยทำ
มันกลายป็นเรื่องยากลำบาก
และทำให้เธอหงุดหงิดมากขนาดนั้นเลยเหรอ
แย่จังนะ...ที่การเจอกันของเรา
มันไม่ได้ทำให้เราทั้ิงสองมีความสุขเหมือนอย่างเคยแล้ว
เธอจ๋า ชั้นเฝ้ารอมันมานานเหลือเกิน อยากให้เรากลับไปเป็นเหมือนเดิม
อยากให้รักเรากลับมาหวานเหมือนเดิม
แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามมากขนาดไหน
ทำไมชั้นถึงมองไม่เห็น หรือสัมผัสมันไม่ได้ซักที
คิดถึง ช่วงเวลานั้นจัง อยากกลับไปเป็นแบบนั้นจัง
ชั้นไม่รู้ ว่าเมื่อไหร่ ชั้นถึงจะเข้าใจเธอ เมื่อไหร่นะที่ชั้นถึงจะโตทันเธอซักที
เมื่อไหร่ที่ชั้นจะรับรู้ว่า
คนที่รักชั้นมากที่สุดคือเธอคนนี้
เธอจ๋า ขอโทษ ที่เด็กคนนี้ฝืนต่อไปไม่ไหว ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ชั้นอยากเป็นคนสำคัญบ้าง
ไม่อยากต้องมานั่งรออะไรที่มันเลื่อนลอยอีกแล้ว
การรอคอยที่จะได้พบ ได้คุยกับเธอนั้น มันเหนื่อยจังเลย
ชั้นไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กัน
ที่ทั้งชีวิตชั้นพร้อมจะหยุดทุกอย่างเพื่อเฝ้ารอความรักจากเธอ
อยากฟังคำว่า รัก จากเธอมานาน นานมากจนความรักของชั้นที่มีให้เธอ
มันแห้งหายไปจากใจเหมือนกัน
วันนี้เราต่างก็ต้องแยกทางกันเดิน
เธอไปตามความฝันของเธอ
ชั้นก็ไปตามความฝันของชั้น
ขอบคุณที่สอนให้ชั้นเข้มแข็งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
เพราะความดีของเธอ
เธอจ่๋า รู้มั๊ยว่าเธอคือคนดีที่สุดที่ชั้นเคยเจอ
ถึงวันนี้เราต้องจากกัน เพราะความต้องการที่ไม่ตรงกัน
ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ
ขอบคุณที่ทำให้ชั้นได้เคยยิ้ม หัวเราะ มีความสุขทุกครั้ง
ในเวลาที่ได้อยู่กับเธอ และได้สร้างความทรงจำดีๆมากมายด้วยกัน
ที่สำคัญ
เธอได้สอนให้ชั้นรู้จักคำว่า รัก ที่มีค่าที่สุด
เธอจ๋า อยากบอกเธอเหลือเกินว่า
เธอ คือรักเดียวที่ชั้น เรียกได้ว่า มันคือรัก อย่างแท้จริง
30 มีนาคม 2007
หลิงหลิงของอ๊อฟ
|
~~LiHnLiHn 's SpacE~~ |
||||||||||||
|
|